วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ทำงานนอกเหนือคำสั่ง

กาลครั้งหนึ่งนานมากแล้ว มีทหารอยู่กองหนึ่ง หลังจากออกรบอย่างยาวนาน (ก็..ไม่กี่สัปดาห์หรอกนะ) ก็กลับเข้าสู่กรมกอง

ท่านนายพลถามหัวหน้ากองว่า "เป็นไง งานที่ข้าสั่งให้ท่านทำเป็นอย่างไรบ้าง"

หัวหน้ากองรายงานว่า "ข้าพเจ้าได้พาเหล่าทหาร ออกปล้นสะดมภ์ เผาหมู่บ้าน เรียกค่าคุ้มครอง ข่มขืนผู้หญิง ฆ่าตัดหัวทุกคนที่ขัดขืน ตามคำสั่งของท่านทุกประการ"

ท่านนายพลตบมือลงบนโต๊ะด้วยความสะใจ "ดีมาก พวกมันจะได้รู้ฤทธิ์ของพวกเราบ้าง"

หัวหน้ากองรายการต่อว่า "เชื่อว่าพวกมันโดยเฉพาะไอ้พวกทางด้านตะวันออกจะได้เข็ดหลาบสักที"

"ท่านว่าอะไรนะ" นายพลทำท่าตกใจ "พวกเราไม่เคยมีเรื่องกับพวกตะวันออกนี่"

นายกองจึงรายงานว่า "ถ้าเช่นนั้น ณ บัดนี้ก็มีแล้วล่ะขอรับ"

ทำอะไรก็ผิดไปหมด

เหตุเกิดขึ้นในรถไฟขบวนหนึ่ง ขณะที่ป๊อกเดินหาที่นั่งของตัวเองอยู่นั้น ก็เห็นว่าที่นั่งของเค้าอยู่ติดกับผู้หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีคนหนึ่ง แต่ทว่าที่นั่งไม่ได้ว่างเสียแล้ว เพราะมีหมาน้อย (ในกรงเล็ก ๆ ใหญ่กว่าตัวนิดหน่อย) หลับอยู่บนเบาะที่นั่ง

"เอ้อ ขอโทษนะครับ ที่นั่งผมตรงนี้ครับ" ป๊อกกล่าวกับหญิงคนนั้น

"ต๊ายเธอ" เธอขึ้นเสียงใส่ "ไม่เห็นหรือไงยะ ว่าลูกชั้นกำลังหลับปุ๋ยอยู่เนี่ย"

ป๊อกตะลึงไปพักนึง ไม่รู้จะทำยังไง ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย ก็เลยกะว่าจะเดินไปสักรอบนึง เผื่อเจ้าหมามันจะตื่นแล้ว เธอจะได้ไม่อ้างแบบเดิมอีก ป๊อกเดินวนไปมา (ระหว่างห้องน้ำกับตู้เสบียง) จนเหนื่อย ในที่สุดรถไฟก็มาหยุดที่สถานีอีกหนึ่ง แล้วเจ้าหมาน้อยก็ตื่นพอดี ป๊อกจึงเดินไปหาหญิงคนนั้นอีกที

"คุณป้าครับ ผมนั่งได้หรือยังครับ ผมเหนื่อย แล้วก็เมื่อยมากแล้วครับ" ป๊อกบอกอย่างสุภาพ

"ไร้มารยาท" หญิงคนนั้นกรีดร้อง "เธอว่าอะไรนะ เรียกชั้นว่าป้าเหรอ" เธอหลับตาเหมือนจะคิดคำด่า ในที่สุดเธอก็บอกว่า "เธอเนี่ยตัวเหม็น เหงื่อเยอะ ไร้มารยาท หยิ่ง จองหอง เสียจริง พ่อแม่ไม่สั่งสอนเธอบ้างเลยหรือไงยะ"

ป๊อกทนไม่ไหวอีกแล้ว แต่ก็ไม่ว่าอะไร ป๊อกค่อย ๆ ก้มตัวไปหยิบกรงนั้นขึ้นมาจากที่นั่งของเขา มองหน้าหมาน้อยแล้วก็บอกว่า "ขอโทษนะ" แล้วป๊อกก็โยนมันออกไปนอกหน้าต่างรถไฟทันที

ป๊อกนั่งลงตรงที่นั่งของเขา แล้วไม่มองหน้าหญิงคนนั้นอีกเลย ปล่อยให้เธอกรีดร้อง และสั่งให้ผู้โดยสารคนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ กันช่วยเธอจัดการอะไรสักอย่างหนึ่งกับป๊อก

ทันใดนั้นก็มีชายสูงอายุคนหนึ่ง ลุกขึ้นชี้หน้าป๊อก แล้วบอกว่า "แกนะแก แกทำอย่างนั้นได้ยังไง ไอ้คนไม่รู้จักคิด ทำอะไรทำไมถึงไม่คิดถึงผลที่ตามมาบ้าง ทำอะไรก็ผิดไปหมด"

ชายชราชี้ไปที่หญิงคนนั้นแล้วพูดต่อว่า "ทำไมแกถึงไม่โยนอีนังนี่ลงไปจากรถไฟแทนเจ้าหมาตัวนั้นเล่า"

เก้าคำกำกวมของผู้หญิง

(1) ดี,โอเค: คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียงตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ
(2) ห้านาทีนะ: ถ้า หล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาทีถ้าเธอเพิ่งยอมให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาทีแล้วค่อยไป ช่วยเธอทำงานบ้าน
(3) ไม่มีไร: นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า”มีอะไร”แน่ ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย การโต้เถียงที่เริ่มด้วย “ไม่มีไร” มักจะไปจบลงที่ “ดี,โอเค”
(4) ก็เอาดิ,เอาเลย: นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด!
(5) ทำเสียง ชิ,ฮึ,จึ๊ ฯลฯ ออกมาดัง ๆ: มัน มีความหมายแน่นอน แต่อวจนภาษามักทำผู้ชายเข้าใจผิด เสียงพวกนี้หมายความว่าเธอกำลังคิดว่าคุณแม่งซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่าจะมาเสียเวลายืนเถียงกับคุณเรื่อง”ไม่มีไร”แบบนี้ทำไม (กลับไปดู “ไม่มีไร” ที่ข้อ 3)
(6) ไม่เป็นไร: นี่คือสถานะอันตรายสุด ๆ ที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้ว “ไม่เป็นไร”แปลว่าเธอต้องคิดดูก่อนอย่างนานและอย่างหนักว่าคุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้
(7) ขอบคุณ: ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับคำเขาไปดี ๆ (แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่า “ขอบคุณมาก” อันนี้ประชดเต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย อย่าได้ทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ “เออ เอาเหอะ”)
(8) เออ เอาเหอะ: เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า ไอ้เหี้ย!
(9) อย่าห่วงเลย,อือ เข้าใจละ: อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่านี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า “เป็นไรอะ” แล้วคุณก็จะเจอกับข้อ 3.

Tags: ผู้ชาย, ผู้หญิง, แน่นอน

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

งานนี้รอดยาก

ปองภาสแต่งงานมาได้เกือบ 10 ปี
ตลอดช่วงเวลานั้นเขาถูกปกครอง
ด้วยระบอบภรรยาธิปไตยมาตลอด
จากปางหวันผู้เป็นภรรยา
จนกระทั่งกลายเป็นคนหงอไม่สู้คน

ปองภาสตัดสินใจไปหาจิตแพทย์

"ต้องแก้ให้ถูกจุด"
หมอว่า
"เย็นนี้กลับไปบ้าน
แล้วแสดงให้เธอเห็นซะว่า
คุณต่างหากที่เป็นเจ้านาย ไม่ใช่เธอ"

จิตแพทย์ต้องปลุกปลอบจิตใจอยู่นาน
จนปองภาสฮึดสู้ขึ้นมา


เขาก้าวเข้าบ้านและประกาศก้อง
ใส่ปางหวันผู้เป็นภรรยา

"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
เธอต้องรับฟังคำสั่งจากฉัน"

เขาเริ่มต้นอย่างมั่นใจ


"เริ่มด้วยเตรียมอาหารว่างให้ฉัน
แล้วไปเตรียมเสื้อผ้าให้
เพราะคืนนี้ฉันจะไปเที่ยวกับเพื่อน
ส่วนเธอต้องอยู่เฝ้าบ้านให้ดี
อ้อ คงรู้นะว่า
ใครที่จะต้องหวีผม
โกนหนวด
และผูกเน็คไทให้ฉันด้วย..."





"รู้สิ"


ปางหวันจ้องหน้า
แสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม


"สัปเหร่อไงล่ะ"

ภรรยาต้องปรับตัว

คุณสามีเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงมาก
ส่วนคุณภรรยาก็เป็นแม่บ้านที่ดีมากคนหนึ่ง
เช้าวันหนึ่ง

“คุณพี่ค่ะ มาทานข้าวเช้า ก่อนแล้วค่อยออกไปทำงานนะค่ะ”
ภรรยาเรียกสามีทานข้าวเช้า “ไม่กิน..พี่จะกินน้องงงงงง”
ว่าแล้วสามีก็……. (อะจึ๋ย อะจึ๋ย) แล้วก็ออกไปทำงาน

ตอนเที่ยงคุณสามีกลับมาบ้าน ภรรยาเห็นเข้าจึงเรียก

“อ้าวคุณพี่ กลับมาบ้านทำไมค่ะ มา มา มาทานข้าวเที่ยงกัน”
ภรรยาเป็นห่วงสามีจึงเรียกทานข้าว
“ไม่กิน..พี่จะกินน้องงงงงง”
ว่าแล้วสามีก็……. (อะจึ๋ย อะจึ๋ย) แล้วก็ออกไปทำงานอีกครั้ง

ตกตอนเย็น สามีกลับมาบ้าน

พบว่าคุณภรรยากำลังยืนค่อมเตาถ่านอยู่ โดยที่เตาถ่านกำลังแดงระอุอยู่
สามีตกใจมากรีบวิ่งเข้าไปหาและถามว่ากำลังทำอะไรอยู่

คุณภรรยาตอบกลับมาหน้าตายิ้มแย้มว่า
“ก็กำลังอุ่นอาหารเย็นให้พี่ไงคะ!!!“

สาวเปรี้ยวกะสาวเรียบร้อย

บนเครื่องบินโดยสารลำหนึ่ง สาวเปรี้ยวแต่งตัวเหมือนคุณหญิงใส่เพชรใส่ทองมากมาย
สาวเรียบร้อยแต่งตัวเรียบๆ แล้วผู้หญิง 2 คนก็เริ่มคุยกัน

สาวเปรี้ยว : สวัสดีค่ะมาเที่ยวคนเดียวเหมือนกันเหรอคะ
สาวเรียบร้อย : ค่ะมาคนเดียว

สาวเปรี้ยว : เนี่ย เดี๊ยน ไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวหรอกคะ กะว่าจะมาดูรถ Porche ไปให้ลูกใช้ซัก 2 คัน
สาวเรียบร้อย : อ๋อเหรอคะ

สาวเปรี้ยว : ตอนสมัยอยู่ฝรั่งเศส ก็ขับจากัวร์ กับเฟอร์รารี่เจ้าคุณพ่อซื้อให้ค่ะ เงินสดนะคะ
สาวเรียบร้อย : อ๋อเหรอคะ

สาวเปรี้ยว : มานี่จะซื้อของขวัญให้ตัวเองซะหน่อยกะว่าจะซื้อเพชรกลับเมืองไทยซัก 50 กะรัต
สาวเรียบร้อย : อ๋อเหรอคะ

สาวเปรี้ยว : แล้วคุณน้องหล่ะคะ ชีวิตเป็นไงบ้างค่ะ
สาวเรียบร้อย : ก็ ไม่มีอะไรคะ ชีวิตเรียบง่าย สมัยเรียน พ่อให้ไปเรียนในวังได้แต่เย็บปักถักร้อย ร้อยพวงมาลัย ทำขนม ครูห้ามพูดคำหยาบ ครูบอกว่าถ้าจะด่าใคร อีตอแหล ให้พูดว่า อ๋อเหรอคะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

เมื่อผู้จัดการอยากมี sex กับเลขาสาวสวย

ผู้จัดการอยากมี Sex กับเลขาสาว

เลยบอกตรงๆว่า

“ผมขอมีอะไรด้วยได้ไหม ผมจะวางเงินไว้ให้หนึ่งพัน

เธอก้มลงเก็บตังค์ พอยืนขึ้นเมื่อไหร่ ผมก็จะหยุด ok มั๊ย”

เลขาตอบ “เอ่อๆๆ หนูขอถามแฟนก่อน น๊ะค๊ะ”

แล้วเลขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้แฟนฟัง “แค่ก้มเก็บตั้งค์แล้วยืนขึ้นก็พอเหรอ …

สักสองพันดีมั๊ย … ใช้เวลาแค่ก้มลงเก็บเอง

อีก 2 นาทีโทรกลับมาน๊ะ ก้มเก็บตังค์แป๊บเดียวเอง”

10 นาทีผ่านไป ฝ่ายชายก็โทรกลับมา “ทำไมไม่โทรกลับ นานแล้วเนี่ยะ”

“โอ๊วๆ อู๊ว ยางงงงง ไม่เสร็จค่ะพี่ โอ๊วๆๆๆๆ”

“ไรว๊ะก้มลงเก็บตังค์ แค่นี้เอง”

“โอ๊ววว โย๊ๆๆๆ อ๊าๆๆๆ …. หนูไม่รู้ว่ามันเป็นเหรีญบาทค่ะพี่ อ๊ากๆๆๆ โอ๊วววว”

ยังบริสุทธิ์

แดงพาแฟนมานอนที่บ้าน

ด้วยความที่ไม่ประสาในเรื่องนี้

จึงโทรปรึกษากับพี่ขาว ผู้ช้ำชอง

แดง: ฮัลโล พี่ขาว ผมพาแฟนมานอนที่บ้าน

แต่ผมทำไม่เป็นน่ะ ผมไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง

พี่ขาว: เองนี้ไร้เดียงสาจิงๆให้ตาย เอาง่ายๆแกนอนข้างบน

แล้วให้แฟนนอนข้างล่าง แค่นี้ก็เรียบร้อย

จากนั้นแดงก็นอนบนเตียงแล้วปูเสื่อให้แฟนมานนอนที่พื้นข้างเตียง

เวลาผ่านไปนานไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงออกจากห้องมาเข้าห้องน้ำ

แฟนแดงปิดประตูล๊อกห้องด้วยความเซ็ง เจ้าแดงจึงเข้าห้องไม่ได้

จึงโทรปรึกษาพี่ขาวอีก

แดง: ฮัลโลพี่ขาว ผมเข้าไม่ได้อ่ะพี่ทำไงดี

พี่ขาว: เอง ค่อยๆเอาหัวดันเข้าไปซิ ไอ่เซ่อ

เจ้าแดงก็เอาหัวดันประตูอยู่นาน แต่ก็เข้าไม่ได้

แดง: ฮัลโลพี่ขาว พยายามดันแล้ว เข้าไม่ได้อยู่ดีอ่ะพี่

พี่ขาว: ถ้างั้นเองค่อยๆกระแทก กระแทกเข้าไป

แดงเอาหัวกระแทกประตูโป๊กๆ หัวแตก!

แดง: ฮัลโลพี่ขาว เลือดออกแล้ว

พี่ขาว: เฮ้ยแดง แดง ดีใจด้วยโว๊ย แฟนเองยังบริสุทธิ์เว้ย

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ขี้โม้สุดๆ

รถแท็กซี่คันหนึ่ง รับผู้โดยสารมาจากสุวรรณภูมิ

ซึ่งเป็นคนจาก 3 ประเทศ

โดยทั้ง 3 คนพูดคุยโวกันเรื่องประเทศของตน

สร้างอาคารอย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น

คนอเมริกันก็พูดว่า

สะพานโกลเด้นเกตของตนสามารถสร้างเสร็จภายใน 3 เดือนเท่านั้น

คนญี่ปุ่นก็พูดว่า หอโตเกียวคนญี่ปุ่นสร้างเสร็จตใน 7 วัน แค่นั้นเอง

คนสุดท้าย เป็นคนจีนฮ่องกง คุยทับไปอีกว่า สนามบินใหม่ของฮ่องกง

ใช้เวลาสร้างจริง ๆ แค่ 5 วันก็เสร็จ

โชเฟอร์พอรู้เรื่องเข้าก็คันปากอยากคุยทับบ้าง

แต่ไม่สบโอกาส จนรถแท็กซี่ขับมาถึงอนุสาวรียชัยสมรภูมิ

ชาวต่างชาติทั้ง 3 ก็ถามแท็กชี่ว่า เฮ้ ยู นั่นอะไร

แท็กซี่ได้ที เลยตอบกลับไปหน้าตายว่า

" ไม่ทราบครับ เมื่อครึ่งชั่วโมงผ่านมานี่

ผมขับรถมาทางนี้ ยังไม่เห็นเลย สงสัยเพิ่งสร้างเสร็จ"

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เหลือแต่รองเท้า

กระทาชายนายหนึ่งชวนแฟนสาวสวย

หุ่นเซ็กซี่ขับรถกินลมบนถนน

ระหว่างที่ขับรถ สองหนุ่มสาวต่างพูดจาประสาคู่รัก

ขับมาระหว่างทางขณะที่มีแดดรำไรใกล้พระอาทิตย์ตก

สาวเจ้าเกิดมีอารมณ์พิศวาส จึงเอ่ยกับชายหนุ่มว่า

เรามาทำอะไรสนุกๆกันไหม พูดแล้วสาวเจ้าก็จัด

การกับเสื้อผ้าเจ้าหล่อนพร้อมกับ........กอด

ชายหนุ่มขณะขับรถ เจ้าหนุ่มกลัวน้อยหน้า

จึงได้จัดการกับเสื้อผ้าตัวเองด้วยเช่นกัน

ขณะที่ทั้งคู่แสดงบทรักกันได้พอสมควร

เจ้าหนุ่มเกิดอาการเกร็งอย่างสุดขีด ทำให้ขับ

รถตกถนนพลิกไปหลายตลบ ไปหยุดนิ่งที่ใต้ต้นไม้

สักพักสาวเจ้าได้สติพยายามตะเกียกตะกาย

ออกจากรถได้ ส่วนเพื่อนหนุ่มยังคงติอยู่ถายใน

เจ้าหนุ่มจึงร้อง "ที่รักช่วยไปตามคนมาช่วย

ผมด้วยผมออกจากรถเองไม่ได้"

ด้วยอารามตกใจสาวเจ้านึกได้ว่าไม่ได้ใส่เสื้อ

ผ้า จึงหันไปหยิบรองเท้าเจ้าหนุ่มที่ตกอยู่ข้าง

มาปิดของสงวน ก่อนวิ่งมาริมถนน

ขณะนั้นตำรวจผู้เห็นเหตุการณ์ได้รีบขับรถ

มาเพื่อช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ

สาวเจ้าเมื่อเห็นตำรวจได้ร้องขึ้นด้วยเสียง

อันดังว่า "ช่วยด้วย .......ช่วยด้วยแฟนหนูติดอยู่ข้างในค่ะ"

คุณตำรวจได้ยินเสียงรีบออกจากรถ พร้อม

กับจ้องมองไปที่รองเท้าแฟนหนุ่มพร้อมกับ

พูดด้วยเสียงอาลัยว่า "โอ .... ถ้าแฟนคุณติด

จนเหลือแต่รองเท้าผมคงช่วยคุณไม่ได้แล้ว "

เหมาะพอดี

หญิงสาวผู้หนึ่งพาร่างกายอันสะบักสะบอมขึ้นไปบนโรงพัก

หญิงสาว : "เอ่อ..หนูถูกข่มขืนค่ะ"

ร้อยเวร : "ที่ไหนครับ เมื่อไหร่ ?"

หญิงสาว : "เมื่อคืนนี้คะ ที่ในป่าข้างทาง"

ร้อยเวร : "แล้วมันทำอะไรคุณบ้าง"

หญิงสาว : "คือว่า มันมากัน 3 คนค่ะ มันเจอดิฉันในซอยเปลี่ยว

แล้วมันก็ลากดิฉันไปในป่าข้างทาง ดิฉันก็ดิ้นสุดฤทธิ์เลยคะ ตอน

ที่พวกมันกำลังทำ

พอดีมือปัดไปโดนไม้ท่อนหนึ่งเข้าอันใหญ่เหมาะมือพอดี ดิฉันจึง

ค่อยๆหยิบมันขึ้นมาค่ะ "

ร้อยเวร : "แล้วคุณก็หวดลงไปที่คนร้ายเต็มแรงเลยใช่มั๊ย...! "

หญิงสาว : "อ๋อ....เปล่าค่ะ ดิฉันเห็นว่ามันอันกำลังดีเลย..เอามา

หนุนหัวค่ะ"

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จดหมาย

ชายคนหนึ่งเพิ่งจะเข้าพักในโรงแรม
เค้าเห็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอยู่ในห้อง จึงตัดสินใจส่ง
e-mail ให้กับภรรยา แต่เขาดันพิมพ์ e-mail address
ของภรรยาผิดไป
และได้ทำการส่ง e-mail นั้นไปโดยที่ไม่ได้เอะใจอะไรเลย!

ในขณะนั้น...ณ. ที่แห่งหนึ่งในฮัสตัน แม่ม่ายคนหนึ่งเพิ่งจะกลับจากพิธีฝังศพสามี
เธอตัดสินใจเข้าไปตรวจดู e-mail โดยหวังว่าจะมีข้อความแสดงความเสียใจจากญาติๆ และเพื่อนฝูงส่งมาให้กำลังใจ

หลังจากเธอได้อ่านข้อความแรกจบลง เธอก็หมดสติ ล้มลงทันที
ลูกชายของเธอก็วิ่งเข้ามาในห้อง เห็นแม่นอนนิ่ง ตาค้างอยู่ที่พื้น โดยได้จ้องมองไปที่จอคอมพิวเตอร์

ลูกชายได้เห็นข้อความเขียนไว้ว่า




To : ภรรยาที่รักของผม
Subject : ผมถึงเรียบร้อยแล้วน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง!
Date : 29 ก.ค.
ผมรู้ว่า คุณจะต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับข่าวนี้
ที่นี่มีคอมพิวเตอร์ ด้วย! และพวกเราก็ได้รับอนุญาตให้ส่ง
e-mail ถึงคนที่เรารักได้หนึ่งคน ผมเพิ่งจะมาถึง
และ Checked in เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เพื่อรอต้อนรับคุณ
ที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้..!!!!
รัก...คิดถึงเสมอ....รีบมา.....พวกเรารออยู่นะ!


ที่มาwww.teenee.com

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ยังไม่สาย

นะเวลาประมาณบ่าย2ของวันหนึ่ง
ชายและหญิงคู่หนึ่งที่ไม่รู้จักได้เจอกัน
แล้วคุณผู้ชายก็ถามว่า
ช : ขอโทษครับตอนนี้กี่โมแล้ว
ญ : อ๋อประมาณบ่าย2ค่ะ
ช : โอ่ดียังไม่สาย
ญ : จะไปไหนหรอค่ะ
ช : อ๋อไม่ไปไหนหรอก
ญ : อ่าวเมื่อกี้บอกยังไม่สายนิ
ช : อ๋อผมหมายถึงยังไม่สายที่เราจะรักกันอะคับ
ญ : ...........

ไม่ต้องรีบ

บนเครื่องการบินไทย

หลังจากที่กัปตันพูดแสดงความขอบคุณผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว

ปรากฎว่ากัปตันลืมปิดไมค์

แล้วก็เผลอคุยกับเพื่อนร่วมงานว่า

เดี๋ยวจะไปอึ๊บแอร์สักหน่อย แต่จะไปขี้ก่อน


แอร์สาวคนหนึ่งได้ยิน ก็รีบวิ่งจะไปปิดไมค์

แต่เผอิญสะดุดหกล้มเสียก่อน

คุณป้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงพูดขึ้นว่า...

หนูไม่ต้องรีบหรอก กัปตันเค้าบอกว่าจะไปขี้ก่อน

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไม่ท้องมั้ง

มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่งกำลังขับรถจะออกไปต่างจว.

รถดันเสียระหว่างทางและในบริเวณที่รถเสีย

ก็ดันเป็นทะเลทรายซึ่งดูแล้วก็มีบ้านคนอยู่แค่หลังเดียวแถวนั้น

ผู้หญิงจึงเดินไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อขอร้องให้เจ้าของบ้านช่วย

เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ชายมีอายุอาศัยอยู่กับลูกชายสามคนก็ได้ช่วยซ่อมรถให้

และก็ได้บอกกับผู้หญิงว่าต้องนอนค้างที่บ้านของเขาเพราะรถนั้นจะเสร็จก็พรุ่งนี้

เจ้าของบ้านให้ผู้หญิงนอนห้องตรงข้ามกับห้องลูกชาย

และบอกกับผู้หญิงว่าห้ามเข้าไปทำอะไรลูกชาย

เพราะลูกชายทั้งสามคนของเขานั้นเอ๋อ..(ไม่เต็มบาท)

ตกดึกผู้หญิงเกิดอาการขึ้นมาจึงเดินไปเข้าห้องลูกชายคนแรก

และก่อนที่จะมีอะไรกันผู้หญิงก็บอกกับผู้ชายว่า

"ต้องใส่ถุงยางน่ะถ้าไม่ใส่ฉันจะท้อง"คนแรกจังทำตาม

ต่อมาก็เข้าห้องคนที่สองและสามและก็บอกเหมือนกันทั้งสามคน

หลังจาก 20 ปี ผ่านไปชายสามคนเริ่มมีอายุมากขึ้น

ทุกคนก็นั่งกันอยู่หน้าบ้านคนแรกนึกขึ้นมาได้จึงเอ่ยขึ้นว่า

"เฮ้..จำผู้หญิงที่เคยมาพักที่บ้านเราเมื่อ 20 ปี ทีแล้วได้ไหม?"

คนที่สองตอบ "อ้อ..จำใด้"

และคนแรก จึงถามอีกว่า "นายคิดว่าป่านนี้เขาจะท้องไหม?"

คนที่สามจึงตอบว่า "คงไม่ท้องแล้วมั้ง"

คนแรกตอบ "ถ้างั้นเราก็น่าจะถอดถุงยางออกได้แล้วมั้ง"

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ภาพ ขำขำ




















เรียกพ่อสิลูก


วันนึง ขณะที่แม่ และลูกสาววัยรุ่นกำลังดูโทรทัศน์กันอยู่ในบ้านอย่างอบอุ่น กระทั้ง มีผู้ชายร่างสูงใหญ่ แต่งกายภูมิฐานเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกล่าวทักทาย

ผู้ชาย : ” สวัสดีครับ ”

แม่ : ” สวัสดีคะ ” พร้อมหันกลับมาบอกลูกสาวว่า ” หญิง เรียก พ่อ สิลูก

ลูกสาว : ทำหน้างวยงง พลางคิดในใจ ” ฉันมีพ่อเพียงคนเดียว คนนี้ไม่ใช่พ่อฉัน หรือว่า แม่ฉันมีสามี ใหม่ เป็นไปไม่ได้ ”

ลูกสาว เงยหน้ามอง แล้วก็ก้มหน้าลง แต่ในใจลึกๆ คิดเสียใจเป็นอย่างมาก พลางบอกตัวเองว่า ไม่จริง

แม่ : ” แม่บอกให้เรียกพ่อไงจ๊ะ เรียกพ่อสิ ” แม่เริ่มโมโหที่ลูกสาวไม่ยอมเรียกพ่อ

ลูกสาว : คิดในใจ ” ไม่ฉันไม่ยอมรับนายคนนี้เป็นพ่อเด็ดขาด เขาไม่ใช่พ่อฉัน ฉันมีพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น ”

แม่ : โมโห ตบศรีษะ ลูกฉาดใหญ่ ดัง ” เพี้ยะ!!! ”

ผู้ชาย : ตกใจ บอกผู้เป็นแม่ว่า ” อย่าทำครับ อย่าทำ เขาไม่เรียกไม่เป็นไร ผมทนรอได้ครับ

ในขณะนั้น ลูกสาว เจ็บทั้งตัว และเจ็บทั้งใจ ที่ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ พลางร้องไห้ไป สะอึกสะอื้นไป

แม่ : ตบลูกสาวอีกฉาดใหญ่ แล้วบอกว่า ” แกนี่เรียกพ่อสิ ทำไมไม่เรียกพ่อ ”

ลูกสาว : สะอึกสะอื้น กลั้นใจพูด ออกมาเบาๆ ว่า ” พ่อ “

แม่ : ” แกเรียกเบาอย่างนั้น พ่อแกอยู่หลังบ้านจะได้ยินเหรอ รีบไปบอกพ่อแกเลยนะว่า ผู้จัดการ ธนาคารเขามา เร็วๆ เลยนะ เดี่ยวนี้เลย “ (เง้อออออออ…..)

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โทดที ต่อผิด

นักธุรกิจเดินทางไปทำกิจธุระต่างจังหวัด เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว
เกิดอาการคิดถึงภรรยาสุดที่รักขึ้นมาทันที รีบต่อโทรศัพท์ทางไกล
กลับไปบ้านเพื่อจะบอกภรรยา ถึงความรัก ที่มีต่อเธอ "ขอสายคุณผู้หญิงหน่อย"
นักธุรกิจบอกกับสาวใช้ที่มารับสาย
"ไม่ได้หรอกค่ะ พูดกับคุณผู้หญิงตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ" สาวใช้ตอบ
กลับมา "ทำไมพูดไม่ได้ คุณผู้หญิงกำลังทำอะไรอยู่" นักธุรกิจชักฉุนสาว
ใช้ขึ้นมานิดๆ "ตอนนี้คุณผู้หญิงกำลังนอนอยู่กับคุณผู้ชายค่ะ" ได้ฟังสาว
ใช้ตอบกลับมาอย่างนั้น นักธุรกิจโกรธขึ้นมาทันที อารมณ์วูบวาบ เลือดฉีด
ขึ้นหน้า มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ สั่นระริก ตะคอกเสียงสั่งสาวใช้ "แกขึ้นไปที่
ห้องทำงานของฉันเดี๋ยวนี้นะ หยิบปืนพกในลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วเข้าไปยิง
ทั้งไอ้ผู้หญิงผู้ชายชาติชั่ว ทั้งสองคนนั่น ให้มันตายโหงไปพร้อมๆ กันเลย
เข้าใจมั๊ย" "ค่ะ ค่ะ ค่ะ" สาวใช้ระล่ำระลักรับคำ นักธุรกิจถือหูโทรศัพท์
คอยอยู่ ครู่ใหญ่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองนัดซ้อน "โป้ง โป้ง ..."
อักสักครู่ สาวใช้กลับมารายงานด้วยเสียงสั่น แสดงความตื่นเต้น "ยิงแล้วค่ะ
ตายทั้งคู่เลย แล้วปืน ปืน ล่ะคะ จะทำอย่างไรดีคะ" นักธุรกิจสั่งด้วยเสียง
เฉียบขาด ช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "ฟังนะ แกเอาผ้าเช็ดด้ามปืนให้สะอาด ลบลาย
มือของแกเสียให้หมด แล้วเอาไปโยนทิ้ง ในบ่อหลังบ้าน" "แต่.. แต่ที่บ้าน
ไม่มีบ่ออะไรเลยที่คะ" "เป็นไปได้อย่างไง ไม่มีบ่อ... ก็บ่อน้ำหลังครัวยังไงล่ะ
แต่ เอ๊ะ! ที่นั่น โทรศัพท์เบอร์โทรอะไรน่ะ" เสียงคนใช้ตอบมาตามสาย
" 919-123 ค่ะ" "อุ๊ย ขอโทษครับ ต่อผิด" เสียงวางหูโทรศัพท์ดังกริ๊ก

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ใครโง่กว่ากัน

มีชายสองคนพี่น้อง คนพี่ชื่อดำเป็นคนขยันทำมาหากิน เงินทองที่หามาได้
ก็รู้จักใช้จ่ายจนมีเงินเก็บอยู่บ้าง ส่วนคนน้องชื่อแดงเป็นคนเกียจคร้าน
ไม่เอาใจใส่ต่อการทำงาน ได้เงินมาก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ไม่มีเงินเก็บหอมรอมริบ
คอยแต่เบียดเบียนนายดำผู้พี่ ยิ่งไปกว่านั้นถ้านายดำเผลอเมื่อไหร่ เป็นอัน
ต้องถูกนายแดงขโมยเงินเสมอ ไม่ว่านายดำจะซุกซ่อนเงินไว้ตรงไหนอยู่มาวัน
หนึ่งนายดำต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน จึงคิดหาวิธีที่จะซ่อนเงินที่มีอยู่หนึ่งพัน
บาทให้มิดชิดที่สุด คิดอยู่นานก็หาที่ซ่อนไม่ได้ จะเอาซ่อนตรงไหนๆ ก็เกรงว่า
นายแดงจะมาขโมยไปในที่สุดก็ตัดสินใจขุดหลุมฝังซ่อนไว้ดีกว่า จึงลงจากเรือน
คว้าจอบใส่บ่าเดินออกหลังบ้านแล้วขุดหลุมเอาเงินห่อกระดาษใส่ลงก้นหลุม เอา
ดินกลบและดูความเรียบร้อย ดูไปดูมานายดำก็คิดว่า
"นี่ถ้านายแดงมาเห็นรอยเรากลบหลุมไว้อย่างนี้ คงต้องรู้ว่าเราฝังเงินเอาไว้แน่"
พลันความคิดของนายดำก็เกิดขึ้น เอาอย่างนี้ดีกว่าเราเขียนป้ายมาปักไว้ที่หลุมนี้ว่า
"เงินหนึ่งพันบาทของนายดำ ไม่ได้อยู่ในหลุมนี้" นายแดงก็คงจะไม่สงสัยเป็นแน่คิด
แล้วนายดำก็จัดการเขียนป้ายดังกล่าวมาปักไว้ที่หลุม เสร็จแล้วก็จัดแจงแต่งตัวออก
จากบ้านไปฝ่ายนายแดงหลังจากเที่ยวเตร็ดเตร่อยู่หลายวัน จนเงินหมดจึงกลับบ้าน
ไม่พบพี่ชายจึงได้โอกาสเหมาะเที่ยวค้นหาเงิน เชื่อว่าพี่ชายจะต้องซ่อนไว้ที่ไหนซักแห่งแน่
ค้นหาบนบ้านอยู่นานก็ไม่พบ จึงเดินลงจากเรือนไปค้นตามหลังบ้าน ก็พบป้ายหนึ่งเขียนไว้ว่า
"เงินหนึ่งพันบาทของนายดำไม่ได้อยู่ในหลุมนี้"เมื่อนายแดงอ่านป้ายดูแล้วก็เกิดความ
งสัยว่า เมื่อไม่มีเงินแล้วจะเขียนป้ายบอกไว้ทำไมจึงลงมือขุดดู ก็พบเงินที่ซ่อนไว้
เมื่อได้เงินมาแล้วนายแดงเกิดนึกขึ้นได้ว่า ถ้าพี่ชายกลับมาเห็นเงินในหลุมหายไป
ก็คงโทษเราแน่ อย่ากระนั้นเลยเราเขียนป้ายปักไว้ดีกว่า เมื่อพี่ชายมาเห็นจะได้คิดว่าเรา
ไม่ได้เอาไป คิดดังนั้นแล้วนายแดงก็จัดการเขียนป้ายมาปักไว้ที่หลุมว่า
"เงินหนึ่งพันบาทในหลุมนี้นายแดงไม่ได้เอาไป"

ค้างคาว 3 ตัว

มีค้างคาว 3 ตัวค้างคาวสามตัวอยู่ในถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ละแวกนั้นมีการแย่งชิงที่อยู่กันมาก
ดังนั้นพวกมันจึงตกลงกันว่าจะผลัดกันออกไปหากินที่ละตัว
ตัวละ 3ชั่วโมง อีก 2 ตัวจะได้อยู่เฝ้าถ้ำ
ค่ำวันหนึ่ง
ค้างคาวตัวที่หนึ่งบินออกไปหากินก่อน
แต่มันไปเกินเวลาที่กำหนดไว้ร่วมชั่วโมงกว่าจะกลับ
มันได้กินแค่นิดเดียว
ดูปากแล้วไม่มีรอยเลือดติดมาเลยคาดว่าคงกินผลไม้มา
แล้วค้างคาวตัวที่สองก็ออกไป
มันออกไปนานเกินกำหนดถึง 2 ชั่วโมงกว่าจะกลับ
แต่มันก็ได้กินไม่มากไปกว่าตัวที่หนึ่งเท่าใดนัก
ค้างคาวตัวที่สามต่อว่า "ไปยังไงวะ กูรอตั้งนานตาลายหมดเลย"
พูดจบมันบินออกไปทันทีด้วยความโมโห
ผ่านไป 5 นาที่ ค้างคาวตัวที่ 3 ก็กลับเข้ามา
มันเอามือเช็ดเลือดสดๆ ที่ปาก ท่าทางคงจะอร่อยน่าดู
ค้างคาวอีก 2 ตัว
สงสัยยิ่งนักว่าเพื่อนไปหาเลือดสดๆใกล้ๆ ได้จากไหน
ตัวที่ 1 "แกไปหากินยังไงวะถึงได้กินเร็วขนาดนั้นแถมมีเลือดกินด้วย"
ตัวที่ 3 "พวกแกเห็นตันไม้ใหญ่หน้าถ้ำไหมวะ"
ตัวที่สามย้อนถาม
ตัวที่ 1 "เห็น"
ตัวที่ 2 "เห็น"
ตัวที่ 3 " เออ...?กูไม่เห็น !!"

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แต่งมานาน ยังหวานชื่น

ภพ แต่งงานอยู่กินกับภรรยามาปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้ว เพื่อน ๆ ของภพสังเกตุว่า ทุกครั้งที่ภพจะพูดกับภรรรยา ภพจะเรียกภรรยาอย่างหวานหูว่า "ที่รัก... " ไม่ก็ "ยาหยีจ๋า..." แล้วจะว่าอะไรก็ว่าไป อย่างเช่นวันนี้ ภพชวนเพื่อน ๆ มารับประทานอาหารทีบ้าน

"อ๊ะที่รัก จัดโต๊ะอาหารเสร็จแล้วเหรอ พี่ภพ คุยธุระกับเพื่อน ๆ ใกล้จะเสร้จแล้วล่ะ"

"ยาหยีจ๋า พี่ภพ ขอข้าวเพิ่มหน่อยนะ"

ยังความประหลาดใจให้กับเพื่อนร่วมงานอย่างมาก

ก่อนที่เพื่อน ๆ จะลากลับบ้าน ก็มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งบอกกับภพว่า "เฮ้ยไอ้ภพ อยู่กันมาตั้ง 10 ปี ยังคุยกันแบบหวานจ๋อยอยู่เลยนะโว้ย ดีว่ะ ครอบครัวตัวอย่างเลย"

ภพหันซ้ายหันขวาแล้วกระซิบบอกเพื่อนคนนั้นว่า "เฮ้ยอย่าเอ็ดไปนะ คือกูจำชื่อแฟนกูไม่ได้นานหลายปีแล้วว่ะ มึงพอจะนึกออกบ้างไหมวะ"